เอก ทองประเสริฐ ออกแบบและผลิตชุดให้ทีมอาสา #Heroชุดฟ้า ช่วยโควิด-19

เอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์ชื่อดังและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ W2W (ดับบลิว ทู ดับบลิว) ผู้นำเทรนด์การออกแบบยูนิฟอร์มยุคใหม่ที่ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกสไตล์การทำงาน และเพิ่มความมั่นใจในรูปร่างให้ผู้สวมใส่ในทุกสรีระ ออกแบบยูนิฟอร์มพิเศษให้กับชาวจิตอาสาในโครงการ Food For Fighters ด้วยชุด Jumpsuit สีฟ้า-ขาว ซึ่งเป็นสีที่ได้แรงบันดาลใจจากโลโก้ของโครงการ ฯ สามารถสวมใส่ทับเสื้อผ้าปกติได้ทันที เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อน ไม่ก่อให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์ เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานด้วยกระเป๋าใส่ของหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ช่วยให้การลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในชุมชนต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากนี้ Food For Fighters ยังได้รับเกียรติจาก อแมนด้า ชาลิศา ออบดรัม มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2563 ในฐานะตัวแทนของโครงการ ฯ ที่ริเริ่มขึ้นในปี 2563 โดย เต้-พันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้งร้านอาหาร ‘เป็นลาว’ ร่วมสนับสนุน ‘ข้าวเพื่อหมอ’ เพื่อเป็นกำลังใจให้เหล่าฮีโร่ชุดกราวนฺด์ ภายใต้ความร่วมมือกับกลุ่มบุคคล องค์กรเอกชน และอาสาสมัคร จนได้รับการยกย่องจากโคคา-โคล่า ให้เป็นหนึ่งในฮีโร่ชาวไทยร่วมกับฮีโร่จากหลายประเทศ ในหนังสั้นออนไลน์พิเศษ ‘For The Human Race’ ที่ออกฉายไปทั่วโลก ปัจจุบัน Food For Fighters ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง และขยายความช่วยเหลือสู่การจัดส่งอาหารและถุงยังชีพถึงมือผู้รับ ฯลฯ จนได้รับยกย่องว่าเป็น ‘ฮีโร่ชุดฟ้า’ ที่เสียสละทำงานเพื่อคนอื่นในช่วงวิกฤตโควิด-19 #ช่วยในสิ่งที่ตัวเองถนัด #Heroชุดฟ้า

ติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมสนับสนุนโครงการ ฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/FoodForFightersTH และติดตามผลงานการออกแบบยูนิฟอร์มดีไซน์สวยของ W2W ได้ทาง https://www.facebook.com/w2w.weartowork

CSR กลยุทธ์ในการออกแบบยูนิฟอร์ม ที่สะท้อนความยั่งยืนและจริยธรรมของแบรนด์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Corporate Social Responsibility (CSR) หรือความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่หลายธุรกิจทั่วโลกต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากแบรนด์ดังระดับโลกนำแนวคิดเรื่อง CSR มาประยุกต์เข้ากับการออกแบบยูนิฟอร์มใหม่ให้กับพนักงาน เพื่อสะท้อนจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจและส่งเสริมความยั่งยืนในเวลาเดียว

แต่ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนยูนิฟอร์มใหม่ให้สอดคล้องกับหลักการ CSR แบรนด์ควรคำนึงถึงอะไรบ้าง? ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกสรรเนื้อผ้า จนถึงโรงงานที่ได้รับมาตรฐานการผลิตระดับสากล บรรทัดจากนี้เราได้รวบรวมข้อมูลง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงหลักในการทำ CSR ผ่านการออกแบบยูนิฟอร์มเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของโลก  
 


เลือกบริษัทที่มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ

สิ่งสำคัญที่หลายคนมักจะมองข้ามในการเลือกผู้ผลิตยูนิฟอร์ม คือบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ โรงงานที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการออกแบบโดยดีไซเนอร์ที่มีประสบการณ์และความเข้าใจใน Brand DNA อย่างแท้จริง เพื่อการลงทุนที่ส่งเสริมความยั่งยืนย่อมให้ผลคุ้มค่าในระยะยาว W2W พร้อมแล้วที่จะเป็นที่ปรึกษาสำหรับทุกธุรกิจ ในการออกแบบยูนิฟอร์มที่สะท้อนจริยธรรมของแบรนด์ และส่งเสริมความยั่งยืนได้อย่างลงตัว โดยยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจ ดังนี้

  • โรงงานการผลิตได้มาตรฐานทั้งด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยระดับสากล
  • เราไม่ส่งเสริมการใช้แรงงานเด็ก หรือแรงงานผิดกฎหมายต่างๆ
  • เราดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม
  • เราเน้นชั่วโมงการทำงานอย่างเหมาะสม
  • เราส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน

เรามีความรับผิดชอบต่อพนักงาน คู่ค้าทางธุรกิจ และลูกค้าทุกคนที่มีส่วนในความสำเร็จของเรา ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดและความรักในสิ่งที่ทำ เราจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนามาตรฐานการผลิตอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่ดีในโรงงานของเราในอนาคต


Sustainable textiles ผ้าแบบไหนที่ส่งเสริมความยั่งยืนของโลก

การเลือกเนื้อผ้าที่ใช้ในการผลิตยูนิฟอร์ม ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นผ้าที่ผลิตจากเส้นใยของพืช ขนสัตว์ และใยสังเคราะห์ ที่แต่ละเนื้อผ้าย่อมมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป ทีมดีไซเนอร์ของเราจึงพิถืพิถันในการเลือกเนื้อผ้าให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน ได้แก่


ผ้าฝ้ายออร์แกนิค: ฝ้ายออร์แกนิกเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกยอดนิยมที่แบรนด์ดังระดับโลกให้ความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยกระบวนการผลิตจะไม่ใช้ปุ๋ยสังเคราะห์ที่เป็นพิษ ยาฆ่าแมลง หรือยากำจัดวัชพืชที่มีผลกระทบต่อพืช สัตว์ อากาศ และแหล่งน้ำต่างๆ ทั้งยังดีต่อสุขภาพของคนงานในฟาร์มอีกด้วย


ผ้าลินิน: ผลิตจากเส้นใยของพืชที่เรียกว่า ‘แฟลกซ์’ (Flax) นิยมปลูกมากในยุโรป เช่น ไอร์แลนด์ รัสเซีย เบลเยี่ยม ฯลฯ แฟลกซ์สามารถปลูกได้ในสภาพแวดล้อมที่ขรุขระและไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี แม้ว่าวิธีการแปรรูปแบบเดิมๆ จะทำให้มลพิษไหลลงสู่แหล่งน้ำ แต่ปัจจุบันหลายโรงงานมีวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดการสร้างมลพิษทางน้ำ


ผ้าขนสัตว์: หนึ่งในผ้าขนสัตว์ที่นิยมนำมาผลิตยูนิฟอร์มคือ ‘ผ้าวูล’ เพราะเป็นผ้าที่ทนทานและยืดหยุ่นได้ดี สามารถดูดซึมสีที่ใช้ในการย้อมและให้สีสันที่สวยงามได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้สารเคมี ผ้าวูลสามารถแทนที่เส้นใยสังเคราะห์ที่ทนน้ำได้หลายชนิด และลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหรือปล่อยก๊าซมีเทนจากแกะได้อีกด้วย


ผ้าที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล: แบรนด์ดังอย่าง Craghoppers ตัดสินใจใช้ผ้ารีไซเคิลที่ได้จากพลาสติกในการผลิตยูนิฟอร์มใหม่ให้กับพนักงาน รวมถึง Fleece Jacket ซึ่งเปลี่ยนจากการใช้ขนแกะในการผลิตมาเป็นขวดพลาสติกรีไซเคิล พร้อมคุณสมบัติเด่นที่ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ทนทาน น้ำหนักเบา แห้งเร็ว สวมใส่สบาย และส่งเสริมความยั่งยืน


DGrade: เป็นบริษัทเดียวในการจัดหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมคุณภาพสูง เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของโลกอย่างแท้จริง รวมถึงการผลิตเนื้อผ้าจนถึงเสื้อผ้าจากขวดพลาสติกรีไซเคิล


ส่งเสริมความยั่งยืน ด้วยยูนิฟอร์มที่ทนต่อการใช้งาน

แทนที่จะเปลี่ยนยูนิฟอร์มทุกๆ 2-3 ปี เพราะสีซีดไว เนื้อผ้าไม่คงทน ดูแลรักษายุ่งยาก การเลือกผลิตยูนิฟอร์มที่มีคุณภาพและทนทาน จะช่วยให้บริษัทลดต้นทุนได้อย่างดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะยูนิฟอร์มที่ไม่มีคุณภาพจะส่งผลให้บริษัทต้องลงทุนเปลี่ยนยูนิฟอร์มบ่อยครั้งและสิ้นเปลืองทรัพยากร W2W จึงให้ความสำคัญในการคัดเลือกเนื้อผ้าและวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี ดูแลรักษาง่าย คงทน ยืดหยุ่น กระบวนการย้อมสีที่มีประสิทธิภาพสูง ฯลฯ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตยูนิฟอร์มใหม่ให้พนักงาน ทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงาน น้ำ และการปล่อยเส้นใยไมโครพลาสติกสู่มหาสมุทร

นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนให้บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการกับยูนิฟอร์มเก่า ปัจจุบัน 90% ของเสื้อผ้าถูกทิ้งกว่า 33 ล้านชิ้นในแต่ละปี ถูกนำไปฝังกลบหรือเผาทิ้งซึ่งนำไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ เรามีไอเดียดีๆ ในการรีไซเคิลยูนิฟอร์มเก่าหรือเสื้อผ้ามาแนะนำ

  • อัพไซเคิลยูนิฟอร์ม ด้วยการนำไปแยกชิ้นส่วนเพื่อประยุกต์เป็นเสื้อผ้าหรือสิ่งทออื่นๆ
  • หากไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยและภาพลักษณ์ของแบรนด์ เช่น โลโก้ ฯลฯ สามารถนำเสื้อผ้าไปบริจาคให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ


W2W พร้อมแล้วที่จะออกแบบและรังสรรค์ยูนิฟอร์มที่สะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ และส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ภายใต้การออกแบบโดยทีมดีไซเนอร์มากประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอนโดยผู้เชี่ยวชาญการผลิตยูนิฟอร์มกว่า 27 ปี และโรงงานคุณภาพมาตรฐานสากล เพื่อให้คุณแน่ใจว่า พนักงานจะมีความสุขและแรงบันดาลใจดีๆ ในการทำงาน พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กรผ่านยูนิฟอร์มได้อย่างลงตัว


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ

The Power of Uniform : ยูนิฟอร์มช่วยสร้างการจดจำและภาพลักษณ์ใหม่ที่ดีกว่า

นักการตลาดทั่วโลกต่างก็ยอมรับว่า ยูนิฟอร์มเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ขององค์กรอย่างไม่ต้องสงสัย “พลังแห่งยูนิฟอร์ม” จะช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) การจดจำ และสร้างความผูกพันกับแบรนด์ได้อย่างดี จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามหากคุณอยากปรับปรุงภาพลักษณ์ แม้แต่นำพาชื่อเสียงของแบรนด์สู่ความสำเร็จในอนาคต


เพิ่มการรับรู้และการจดจำ (Brand Awareness)

ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ สี หรือคำคมที่อยู่บนยูนิฟอร์มล้วนสร้างการรับรู้และจดจำแบรนด์ได้อย่างดี ลองนึกถึงมื้อกลางวันที่วุ่นวายในห้างสรรพสินค้าหรือโรงอาหาร คุณจะแยกพนักงานธนาคารหรือพนักงานค่ายมือถือต่างๆ ได้ทันทีว่า ยูนิฟอร์มแบบไหนมาจากบริษัทใด ยูนิฟอร์มช่วยให้เกิดการรับรู้และจดจำ ทั้งยังมีผลอย่างมากในการตัดสินใจของลูกค้า เพราะพวกเขาจะนึกถึงประสบการณ์ที่ได้รับ การให้บริการ คุณภาพของสินค้า ความปลอดภัย ความสนุก ความรวดเร็ว ความหรูหรา นวัตกรรม ความสะดวกสบาย หรือความคุ้มค่า  

สังเกตได้จากความสำเร็จของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Apple, Starbucks, Nike ไม่ได้เกิดจากกลยุทธ์ทางการตลาดออนไลน์ โฆษณาทางทีวี YouTube หรือป้ายโฆษณาเพียงอย่างเดียว พวกเขายังให้ความสำคัญกับการออกแบบยูนิฟอร์มของพนักงาน เพื่อใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าและสร้างประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับแบรนด์ พนักงานของคุณควรเป็นที่รู้จักไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม ดังนั้น การออกแบบยูนิฟอร์มที่ดีจึงควรสอดคล้องกับการโฆษณาผ่านช่องทางอื่นๆ เพื่อช่วยโปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและสร้างการจดจำมากขึ้น


กอบกู้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดีขึ้น

มีกลยุทธ์ทางการตลาดหลายวิธีที่ส่งผลต่อการรับรู้แบรนด์ ดังเช่นที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Volkswagen, Ryanair และ Sports Direct เคยประสบปัญหาจากการรับรู้แบรนด์ที่ไม่ค่อยดี ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ การบริการ และจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ หนึ่งในกลยุทธ์ที่นักการตลาดนำมาใช้ในการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์หรือกอบกู้ชื่อเสียงของแบรนด์ คือการออกแบบยูนิฟอร์มใหม่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ ส่วนแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและทำผลงานได้ดี ได้แก่ Virgin Atlantic, Harrods และ Transport for London เป็นต้น ก็ให้ความสำคัญกับยูนิฟอร์มของพนักงานมาตลอดเช่นกัน


แม้ปัจจุบันแบรนด์จะให้ความสำคัญกับช่องทางการตลาดหรือการขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น แต่ในหลายธุรกิจลูกค้ายังคาดหวังประสบการณ์ที่ดีจากพนักงานเช่นกัน จากการศึกษาในปี 2019 พบว่า 85% ของผู้บริโภคยังชอบใช้บริการที่ร้านค้าปลีกมากกว่าช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในการออกแบบยูนิฟอร์ม และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับพนักงานของคุณ


อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจคือ การที่ Nike เลือกใช้ข้อความสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจบนยูนิฟอร์มของพนักงานหน้าร้านและพนักงานออฟฟิศ โดยพนักงานส่วนใหญ่จะสวมเสื้อยืดที่มีข้อความว่า ‘Unlimited’ (ไร้ขีดจำกัด) ในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Serena Williams ขณะที่พนักงาน Microsoft จะสวมเสื้อยืดสีสันสดใสที่เขียนว่า ‘Dare to Live’ แต่การเลือกใช้ข้อความใดๆ บนยูนิฟอร์มควรคำนึงถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่ละเอียดอ่อน เพื่อให้แน่ใจว่าข้อความนั้นจะสอดคล้องกับแบรนด์และส่งเสริมภาพลักษณ์ได้อย่างลงตัว


‘ยูนิฟอร์ม’ ช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมได้อย่างดี

มีแบรนด์ยักษ์ใหญ่มากมายที่ลงทุนออกแบบยูนิฟอร์มใหม่เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า ขณะที่แบรนด์ดังอย่าง ASDA (ซูเปอร์มาร์เก็ตของอังกฤษ) พยายามกระตุ้นให้ลูกค้าขอความช่วยเหลือจากพนักงานกว่า 180,000 คน ระหว่างรอการปรับเปลี่ยนยูนิฟอร์มใหม่ ผู้บริหารได้ตัดสินใจเลือกทำในสิ่งที่ง่ายที่สุดอย่างการติดป้ายชื่อลงบนยูนิฟอร์ม ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณและดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดบทสนทนาและการมีส่วนร่วมระหว่างลูกค้ากับพนักงานได้อย่างเห็นผลจริง ดังเช่นที่เราเห็นแบรนด์ดังอีกมากมายทำตามเทคนิคนี้ในปัจจุบัน

ขณะที่ National Trust for Places of Historic Interest หรือเรียกย่อๆ ว่า ‘National Trust’ องค์กรการกุศลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติแห่งสหราชอาณาจักร ตัดสินใจลงทุนเปลี่ยนยูนิฟอร์มของพนักงานใหม่ในทุกสถานที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กร โดยแต่ละแห่งจะมีโทนสีของยูนิฟอร์มให้เลือกและสามารถติดตราสัญลักษณ์ของ National Trust หรือข้อความที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใคร ขณะเดียวกันยูนิฟอร์มของแต่ละแห่งก็สอดคล้องกับภาพลักษณ์ขององค์กรอีกด้วย เพราะไม่ว่าคุณจะเข้าใช้บริการสถานที่ใดในเครือ National Trust คุณก็จะรับรู้ได้ทันทีผ่านยูนิฟอร์มที่มีความเชื่อมโยงกัน ทั้งยังช่วยให้พนักงานรู้สึกถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ตระหนักถึงการเป็นตัวแทนขององค์กร และคงรักษาชื่อเสียงที่ดีขององค์กรภายใต้ยูนิฟอร์มที่พวกเขาสวมใส่


แม้ว่า ASDA และ National Trust ต่างก็บรรลุเป้าหมายด้วยวิธีที่แตกต่างกัน แต่ก็ตอกย้ำถึงความสำคัญของยูนิฟอร์มที่ช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้าและพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับที่แบรนด์ชื่อดังระดับโลกพยายามนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบยูนิฟอร์มกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น

W2W พร้อมแล้วที่จะนำเสนอยูนิฟอร์มที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย เสริมสร้างความมั่นใจให้พนักงาน และสะท้อนภาพลักษณ์ที่แตกต่างขององค์กร ภายใต้การตัดเย็บอย่างพิถีพิถันและทุกขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล เพื่อให้คุณแน่ใจว่า พนักงานจะมีความสุขและแรงบันดาลใจในการทำงาน พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กรผ่านยูนิฟอร์มได้อย่างลงตัว


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ

‘ยูนิฟอร์ม’ กลยุทธ์การตลาดสำหรับองค์กรยุคใหม่ เน้นสร้างภาพลักษณ์และชูจุดขายได้อย่างดีเยี่ยม

ยูนิฟอร์มที่ดูดีมีสไตล์นอกจากจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า แล้วยังสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความรู้สึกดีๆ ที่พนักงานมีต่อองค์กรได้ด้วย ยูนิฟอร์มช่วยสะท้อนจุดยืนขององค์กร ยกระดับแบรนด์ และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญทางการตลาดยุคใหม่ที่แบรนด์ดังระดับโลกนิยมนำมาใช้สื่อสารกับลูกค้า เพราะหลายแบรนด์พิสูจน์แล้วว่า ยูนิฟอร์มมีผลต่อภาพลักษณ์ เพิ่มยอดขาย และส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรได้อีกด้วย

ว่าแต่ยูนิฟอร์มที่สวยและมีสไตล์จะช่วยสร้างแบรนด์ของคุณได้อย่างไรน่ะหรือ? W2W รวม 4 เหตุผลที่นักวิจัยด้านการตลาดในนิวยอร์ค ทำการวิเคราะห์และสรุปบทเรียนที่ได้จากการออกแบบยูนิฟอร์มให้ดูโดดเด่นมีสไตล์ ภายใต้การออกแบบตัดเย็บของบริษัทที่มีความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง

1. สร้างภาพลักษณ์อันทรงพลังให้กับแบรนด์

เช่นเดียวกับเว็บไซต์ที่ทันสมัยและนามบัตรที่ดูดี ยูนิฟอร์มที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและมีสไตล์โดดเด่นจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพให้กับพนักงานได้ด้วย จากผลการศึกษาพบว่า พนักงานสามารถเปลี่ยนทัศนคติหรือมุมมองความคิดที่มีต่องานทันทีเมื่อสวมยูนิฟอร์ม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า คนที่แต่งตัวสบาย ๆ จะไม่จริงจังกับการทำงาน แต่การที่พนักงานสวมยูนิฟอร์มจะช่วยให้สมองแยกแยะระหว่างเรื่อง ‘งาน’ และ ‘เวลาพัก’ ได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ยูนิฟอร์มที่ได้รับการออกแบบอย่างดีโดยคำนึงถึงปรัชญา โลโก้ สี และเอกลักษณ์ของแบรนด์ จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจและผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น ทั้งยังช่วยให้แบรนด์โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง และส่งเสริมความเป็นทีมเมื่อพนักงานสวมใส่ในการประชุม การสัมมนา หรือการทำงานนอกสถานที่

2. สะท้อนวิสัยทัศน์และวัฒนธรรมขององค์กร

ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงมากในปัจจุบัน ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเลือกแบรนด์ที่พวกเขามีความรู้สึกดี ความผูกพัน ความน่าเชื่อถือ หรือแบรนด์ที่พร้อมช่วยเหลือสังคม มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย รวมถึงเลือกจากความชอบและรสนิยมส่วนตัว ซึ่งยูนิฟอร์มจะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ดี วิสัยทัศน์ และวัฒนธรรมขององค์กรได้เช่นกัน เมื่อลูกค้ามีความรู้สึกที่ดีต่อพนักงานก็มีแนวโน้มว่า พวกเขาจะมีความทรงจำที่ดีกับแบรนด์ด้วย

เทคนิคง่ายๆ ที่นักการตลาดแนะนำคือ คุณสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและบ่งบอกวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ผ่านการใส่สโลแกน คำคม หรือถ้อยคำสร้างแรงบันดาลใจไว้บนยูนิฟอร์ม (แน่นอนว่า ถ้อยคำนั้นควรจะเกี่ยวข้องกับแบรนด์ด้วย) เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความเป็นมืออาชีพ มอบรอยยิ้ม หรือเสียงหัวเราะให้กับลูกค้า วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น จริงใจ เข้าถึงง่าย และความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าสามารถพึ่งพาพนักงานของคุณได้

3. โปรโมทแบรนด์ผ่านช่องทางการตลาดเคลื่อนที่

หนึ่งในวิธีที่ช่วยสร้างความประทับใจและสร้าง Brand Awareness ให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว คือการที่พนักงานสวมใส่ยูนิฟอร์มไปยังสถานที่ต่างๆ เป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์อีกรูปแบบหนึ่ง หรือการโปรโมทแบรนด์เคลื่อนที่ ยิ่งถ้าพนักงานคนนั้นมีอัธยาศัยดี มีน้ำใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส และมีใจรักในการให้บริการหรือ Service Mind ด้วยแล้วล่ะก็ เขาจะช่วยสร้างการจดจำและทำให้ลูกค้าประทับใจแบรนด์มากขึ้น ยูนิฟอร์มจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ดีสำหรับแบรนด์ที่ทันสมัย ทั้งยังสามารถสร้างแฟนคลับหรือ Brand Royalty ได้ด้วย


4. สร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งและมีหัวใจเป็นหนึ่งเดียว

ทราบมั้ยว่า ส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมาจากพนักงานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งมักจะพบได้บ่อยในองค์กรที่พนักงานสวมใส่ยูนิฟอร์ม นักวิจัยเปิดเผยว่า ยูนิฟอร์มช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน ช่วยให้พนักงานรู้สึกกลมกลืน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่เท่าเทียม และสร้างความสบายใจให้พนักงานไม่ต้องกังวลกับการเลือกเสื้อผ้าอีกต่อไป เมื่อองค์กรขับเคลื่อนด้วยทีมเวิร์คย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน แน่นอนว่า แบรนด์จะยิ่งโดดเด่นและประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

W2W พร้อมแล้วที่จะนำเสนอยูนิฟอร์มที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย เสริมสร้างความมั่นใจให้พนักงาน และสะท้อนภาพลักษณ์ที่แตกต่างขององค์กร ภายใต้การตัดเย็บอย่างพิถีพิถันและทุกขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล เพื่อให้คุณแน่ใจว่า พนักงานจะมีความสุขและแรงบันดาลใจดีๆ ในการทำงาน พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กรผ่านยูนิฟอร์มได้อย่างลงตัว


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ

5 ไอเท็มห้ามพลาดในการออกแบบ ‘ยูนิฟอร์ม’ ของดีไซเนอร์ดังแห่งนิวยอร์ค

ทำไมยูนิฟอร์มต้องมีแบบเดียวด้วยล่ะ ในเมื่อทุกองค์กรสามารถสนุกกับการดีไซน์ยูนิฟอร์มได้มากกว่าแค่เสื้อโปโล เสื้อเชิ้ต สูท หรือกระโปรงทรงดินสอ การมีตัวเลือกหลายชิ้นในแต่ละวันนอกจากจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน แล้วยังช่วยให้พนักงานสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น เราแนะนำ 5 ไอเท็มเด็ดที่ควรมีในการออกแบบยูนิฟอร์มให้พนักงานนำมา Mix & Match ได้ทุกวัน ทั้งยังคงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทีมด้วยการคุมโทนสีและดีไซน์ให้มีเอกลักษณ์ สำคัญสุดคุณภาพของเนื้อผ้าและการตัดเย็บต้องดี ใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชั่น และคงความสดใหม่ของสีสัน มันถึงจะเพอร์เฟ็กต์!

          เพื่อจำกัดตัวเลือกในตู้เสื้อผ้าของเราให้แคบลง Jac Cameron Co-founder และ Creative Director แบรนด์ AYR New York ให้คำแนะนำเรื่องการดีไซน์ 5 ไอเท็ม a must สำหรับการออกแบบยูนิฟอร์ม ที่เธอมักจะนำมาใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าให้กับองค์กรต่างๆ ซึ่งมันก็เวิร์คมากสำหรับลูกค้าของเธอด้วยล่ะ 


Jacket

แจ็คเก็ตหรือเสื้อคลุมชั้นนอก เป็นหนึ่งในไอเท็มขายดีตลอดกาลของ AYR ด้วยเหตุผลที่ว่า “มันเป็นเสื้อที่ใช้งานได้หลากหลายที่สุดไอเท็มหนึ่งเลยล่ะ คุณสามารถสวมใส่ได้หลากสไตล์และเข้ากับการแต่งกายแทบทุกลุค” คาเมรอนยังเสริมด้วยว่า “แจ็คเก็ตทำให้ลุคดู casual และผ่อนคลายมากกว่าการสวมสูทขณะทำงาน หากองค์กรไม่ได้เคร่งครัดเรื่องภาพลักษณ์ที่ต้องดูน่าเชื่อถือและเป็นทางการ แจ็คเก็ตเป็นหนึ่งในไอเท็มที่ฉันมักจะนำเสนอให้ลูกค้า เพราะคุณสามารถสวมทับเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หรือแม้แต่เดรสได้ด้วย”


Top

ดีไซน์ของเสื้อตัวบนที่คาเมรอนแนะนำควรมีสัก 4 แบบ อาทิ เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด เสื้อไหมพรม (สำหรับฤดูหนาว) เพื่อให้เหมาะสมกับฤดูกาล เสริมบุคลิกภาพ และเน้นความคล่องตัวในการทำงาน อย่างการต้องออกไปพบปะกับลูกค้า การทำงานนอกสถานที่ อีเว้นท์ต่างๆ ฯลฯ นอกจากนี้ เธอยังชื่นชอบเสื้อเชิ้ตขาวและกระดุมสีขาวแบบเรียบง่าย “ฉันคิดว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา เป็นไอเท็มสุดคลาสสิคในตู้เสื้อผ้าและเป็นสิ่งที่คุณจะไม่มีวันเบื่อ”


Skirts

ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องสวมกระโปรงทำงานทรงดินสอเพียงแบบเดียว อันที่จริงกระโปรงมีหลากดีไซน์ให้ Mix & Match กับเสื้อผ้าได้หลายสไตล์ แต่การออกแบบยูนิฟอร์มควรคำนึงถึงภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นหลัก ในเรื่องนี้คาเมรอนแนะนำว่า กระโปรงทำงานที่ดีไม่ควรสั้นหรือยาวจนเกินไป ทางที่ดีเธอชอบดีไซน์กระโปรงให้อยู่ระดับเข่าหรือเหนือเข่าเล็กน้อย “ฉันมองว่า องค์กรควรมีกระโปรงทำงานให้เลือก 2-3 แบบ จะเป็นกระโปรงทรงดินสอหรือทรงเอก็ได้ เพราะกระโปรงไม่จำเป็นต้องมีแค่ตัวเดียวเสมอไป” ที่เหลือพนักงานก็แค่จับคู่เสื้อและแจ็คเก็ตที่แมตช์กันได้อย่างลงตัว


Dress

สำหรับพนักงานผู้หญิง การสวมใส่ยูนิฟอร์มเดรสจะช่วยให้พวกเธอรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย และช่วยให้ลุคมีความเป็นเฟมินีนมากขึ้น “ส่วนตัวฉันชอบเดรสเชิ้ตเพราะมันเหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน มันช่วยให้ลุคดูหรูหรา เรียบโก้ สะดวกสบายสำหรับคุณแม่ที่ต้องปั๊มนมระหว่างวัน หรือจะสวมทับชุดทำงานเป็นแจ็กเก็ตแล้วพับแขนขึ้นมาก็จะให้ลุคมีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น” คาเมนรอนยังเสริมว่า “ฉันดีไซน์ Smart Casual Dess ให้กับองค์กรที่มีภาพลักษณ์ทันสมัย เพื่อให้ลุคกึ่งทางการ ทั้งสุภาพเรียบร้อย เรียบหรู และดูผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน”


Pants

ในฐานะตัวแม่แห่ง Capsule Wardrobe คาเมรอนแนะนำให้พนักงานมีกางเกง 2 แบบ อย่างแรกที่เธอชอบคือ กางเกงยีนส์สกินนี่สีเข้ม (สำหรับวันศุกร์และวันสบายๆ) และกางเกงขายาวสีดำทรงสลิม ส่วนหนุ่มๆ เธอแนะนำ Arrow Pant ที่มีเอกลักษณ์ของ AYR “การสวมกางเกงช่วยให้การทำงานยืดหยุ่น คล่องตัว และดูสง่างามในเวลาเดียวกัน” นอกจากนี้ คาเมรอนยังแนะนำสกินนี่ยีนส์ที่ตั้งชื่อตามเธอว่า ‘Jac’s Jean’ ซึ่งเป็นหนึ่งในไอเท็มขายดีของ AYR และลูกค้าหลายบริษัทก็ชื่นชอบกางเกงทรงนี้เช่นกัน   


หากอยากให้ยูนิฟอร์มเป็นมากกว่า “เครื่องแบบพนักงานทั่วไป” W2W พร้อมแล้วที่จะนำเสนอยูนิฟอร์มที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย เสริมความมั่นใจให้พนักงาน และสะท้อนภาพลักษณ์ที่แตกต่างขององค์กร ภายใต้การตัดเย็บอย่างพิถีพิถันและทุกขั้นตอนการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐานสากล เพื่อให้คุณแน่ใจว่า พนักงานจะมีความสุขและแรงบันดาลใจดีๆ ในการทำงาน พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กรผ่านยูนิฟอร์มได้อย่างลงตัว


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ

4 เทคนิคดูแลยูนิฟอร์มง่าย ๆ ให้ชุดสวยเหมือนวันแรกที่สวมใส่

เพราะความประทับใจแรกเกิดขึ้นในเวลาเพียง 7 วินาที นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่มักจะประเมินภาพลักษณ์ขององค์กรผ่านบุคลิกภาพ การให้บริการ และการแต่งกายของพนักงาน ยูนิฟอร์มสามารถสร้างความประทับใจแรกให้กับลูกค้า และสะท้อนถึงเอกลักษณ์ขององค์กรได้อย่างดี ซึ่งคงจะไม่ดีแน่หากยูนิฟอร์มที่พนักงานสวมใส่มีรอยฉีกขาด สีซีดจาง ผ้ายืดย้วย หรือชุดยับยู่ยี่อย่างเห็นได้ชัด W2W มีเทคนิคดูแลยูนิฟอร์มง่ายๆ สไตล์ดีไซเนอร์ เพื่อให้ชุดยังคงสวยเหมือนวันแรกที่สวมใส่

ยูนิฟอร์มไม่เพียงสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจให้กับพนักงานอีกด้วย การดูแลรักษายูนิฟอร์มอย่างถูกต้องเพื่อยืดอายุการใช้งานจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรรู้ ก่อนอื่นคุณต้องทำความรู้จัก ‘เนื้อผ้า’ เพื่อการดูแลรักษายูนิฟอร์มอย่างดีที่สุด

  • Cotton Uniform: ควรซักด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้าโหมดถนอมเนื้อผ้า
  • Wool Uniform: ควรซักแห้ง ซักด้วยมือ และหลีกเลี่ยงการซักด้วยเครื่องซักผ้า
  • Silk Uniforms: ควรซักแห้ง และหลีกเลี่ยงการซักด้วยเครื่องซักผ้า


เคล็ดลับในการดูแล ‘ยูนิฟอร์ม’ ให้สวยเหมือนใหม่และดูดีอยู่เสมอ

จำไว้ว่า การซักครั้งแรกมีความสำคัญต่อการคงรักษาสีของยูนิฟอร์มใหม่ เคล็ดลับอยู่ที่การหลีกเลี่ยงการใช้สารฟอกขาว การแยกซักผ้าสีและผ้าขาวออกจากกัน หรือจะแยกซักยูนิฟอร์มใหม่ไปเลยก็ได้ ไม่ควรแช่ผ้าทิ้งไว้นานเกิน 5-10 นาที เรามี 4 เทคนิคทำความสะอาดยูนิฟอร์มเพื่อถนอมสีและเนื้อผ้ามาแนะนำ

1. ทำความสะอาดยูนิฟอร์ม ถนอมเนื้อผ้าและสีสัน

หากคุณอยากให้ยูนิฟอร์มยังคงสวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ ควรซักทำความสะอาดทุกสัปดาห์โดยเฉพาะการซักครั้งแรกที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อถนอมสีสันของผ้าให้นานขึ้นควรแยกซักผ้าสีและผ้าขาว ผู้เชี่ยวชาญฯ แนะนำให้ซักผ้าด้วยน้ำอุ่นเพื่อขจัดคราบสกปรกและแบคทีเรีย เลือกใช้น้ำยาซักผ้าสูตรถนอมเนื้อผ้าหรือน้ำยาซักผ้าออร์แกนิค เพื่อช่วยถนอมเนื้อผ้าให้มีอายุยืนยาวขึ้น


2. ทำความเข้าใจชนิดของเนื้อผ้าที่นำมาผลิต

ทำความเข้าใจก่อนว่ายูนิฟอร์มทำมาจากเนื้อผ้าและการย้อมสีด้วยวิธีไหน? เพื่อให้คุณค้นหาวิธีในการดูแลเนื้อผ้าและสีสันได้อย่างเหมาะสม แม้ส่วนใหญ่แล้วยูนิฟอร์มมักจะได้รับการออกแบบและเลือกสรรเนื้อผ้าที่ดูแลรักษาง่าย แต่ก็มีเนื้อผ้าบางชนิดที่ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ เช่น ผ้าฝ้ายหรือคอตตอนสามารถซักมือและเครื่องซักผ้าได้ แต่ควรแขวนหรือตากแดดให้แห้งจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานกว่าการใช้เครื่องปั่นผ้าแห้ง ส่วนผ้าไหม ผ้าวูลหรือผ้าขนสัตว์ ไม่สามารถซักด้วยเครื่องได้และต้องซักด้วยมือหรือซักแห้งจะดีกว่า

3. เสริมบุคลิกด้วยการรีดผ้า และหลีกเลี่ยงรอยยับ

ยูนิฟอร์มเป็นเสมือนภาพลักษณ์ด่านแรกขององค์กร การสวมเสื้อผ้ายับๆ หรือเป็นรอยอาจส่งผลต่อความเป็นมืออาชีพของคุณได้เลย คุณจึงควรให้ความสำคัญกับการรีดผ้าเพื่อหลีกเลี่ยงรอยยับ ดีไซเนอร์ที่ดีจะคัดเลือกเนื้อผ้าในการออกแบบยูนิฟอร์มที่รีดง่ายและยับยาก หลังจากซักทำความสะอาดยูนิฟอร์มแล้วควรรีดให้เรียบร้อยก่อนเก็บเข้าตู้เสื้อผ้า และควรพรมน้ำทุกครั้งก่อนรีดผ้าเพื่อให้เส้นใยอ่อนตัวลง เมื่อถูกความร้อนจะทำให้ผ้าเรียบง่ายขึ้นและควรปรับอุณหภูมิของเตารีดให้เหมาะสมกับเนื้อผ้า เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ผ้าไหม หรือผ้าที่มีเนื้อหนาปานกลาง ควรรีดด้วยความร้อนระดับปานกลาง ส่วนเส้นใยสังเคราะห์ควรรีดด้วยความร้อนต่ำ เป็นต้น


4. จัดเก็บยูนิฟอร์มให้สะอาด ปราศจากลิ่นอับชื้น

หลายคนคงเจอปัญหารีดเสื้อผ้าแล้วพอใส่ในตู้เสื้อผ้ากลับเป็นรอยยับหรือมีกลิ่นอับ ที่นอกจากจะทำให้คุณเสียบุคลิกภาพแล้วยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรอีกด้วย ซึ่งคงไม่สนุกแน่หากยูนิฟอร์มที่บรรจงรีดอย่างพิถีพิถันมีรอยยับเมื่อนำออกมาจากตู้เสื้อผ้า ควรเว้นระยะของการแขวนผ้าให้พอดีไม่เบียดเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงรอยยับ และควรหลีกเลี่ยงการแขวนผ้าในสถานที่ที่มีความชื้นสูงเพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ


ยูนิฟอร์มที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยดีไซเนอร์ ที่เข้าใจถึงภาพลักษณ์ขององค์กร ลักษณะงาน และการดูแลรักษาที่สะดวกสบาย อย่างการเลือกเนื้อผ้าที่ดูแลง่าย ยับยาก เพิ่มความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน รวมถึงกระบวนการคัดเลือกเนื้อผ้าและการตัดเย็บโดยช่างฝีมือ จะช่วยให้พนักงานดูแลรักษายูนิฟอร์มได้ง่ายขึ้นและช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นอีกด้วย W2W พร้อมแล้วที่จะสร้างสรรค์ยูนิฟอร์มใหม่ให้ทุกองค์กร ปรึกษาเราได้ที่ https://www.w2w.co.th/contact/


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ

6 Corporate Uniform Trends แห่งปี 2021 / 2022

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยูนิฟอร์มสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์อย่างมาก เช่นเดียวกับสโลแกนหรือสื่อโฆษณาของแบรนด์ ยูนิฟอร์มสามารถทำให้ภาพลักษณ์ดูโมเดิร์น ล้ำสมัย มินิมอล หรืออนุรักษ์นิยมได้เลย หากพนักงานของคุณสวมเสื้อโปโลปักโลโก้ของบริษัทหรือยูนิฟอร์มแบบเดิมมาหลายปี อาจถึงเวลาแล้วที่คุณจะเปลี่ยนยูนิฟอร์มให้ดูทันสมัย มีสไตล์ และถือโอกาสปรับภาพลักษณ์องค์กร ไปในตัว แต่ก่อนจะเซ็นต์อนุมัติจัดซื้อยูนิฟอร์มคอลเล็กชันใหม่ให้กับพนักงาน W2W อยากให้ลองพิจารณา 6 เทรนด์ยูนิฟอร์มมาแรงแห่งปี 2021 / 2022 เหล่านี้



1. ยูนิฟอร์มที่คุณ พนักงาน กระทั่งลูกค้ายังอยากจะสวมใส่

ยูนิฟอร์มหรือเครื่องแบบขององค์กรยุคใหม่ จะไม่ทำให้พนักงานรู้สึกอึดอัด ไม่มั่นใจ หรือไม่อยากสวมใส่ออกนอกสถานที่ ชนิดที่หลังเลิกงานพวกเขาแทบจะวิ่งเข้าห้องน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนกลับบ้าน หรือเมื่อต้องไปทำงานนอกสถานที่ เช่น งานแสดงสินค้า งานเจรจาทางธุรกิจ งานที่มีคู่แข่งร่วมอีเว้นท์เดียวกัน งานเลี้ยงฉลองขององค์กร ฯลฯ พนักงานควรจะรู้สึกภูมิใจและสง่างามภายใต้ยูนิฟอร์ม แม้แต่ผู้บริหารหรือหัวหน้าทีมก็มั่นใจที่ได้สวมใส่เวลาไปเจรจาธุรกิจ  

ในทางตรงกันข้ามสถานที่ทำงานบางแห่งต้องการเนื้อผ้า หรือการออกแบบที่ช่วยให้ทำงานคล่องตัวและสะดวกสบายขึ้น การเลือกเนื้อผ้าและการออกแบบจึงไม่ควรจำกัดการเคลื่อน ไม่ทำให้รู้สึกร้อน ซักยาก ยับง่าย หรือสีซีดเร็วเกินไป ทางที่ดีควรขอไอเดียจากพนักงานเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่เข้ากับสภาพแวดล้อมในการทำงานและไลฟ์สไตล์ของพวกเขา แทนที่จะให้พนักงานสวมชุดทำงานสไตล์อนุรักษ์นิยมควรเลือกดีไซน์ที่พวกเขาคิดว่าเท่ ทันสมัย และมั่นใจทุกครั้งที่สวมใส่ เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าให้การสวมใส่ยูนิฟอร์มส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพนักงานเช่นกัน


2. อิสระแห่งการดีไซน์ ที่ไม่จำกัดแค่การปักโลโก้ลงบนเสื้อผ้า

มีหลายวิธีในการหยอดความเป็นแบรนด์ลงบนยูนิฟอร์ม ที่ไม่ใช่แค่การปักโลโก้บนเสื้อโปโล หรือสกรีนชื่อบริษัทบนเสื้อยืด จะเห็นได้จากเทรนด์ออกแบบยูนิฟอร์มปี 2018/ 2019 ที่บริษัทหลายแห่งสนุกกับยูนิฟอร์มที่มีสไตล์ เข้าถึงง่าย และผ่อนคลายมากขึ้น แม้แต่สถาบันการเงินที่ต้องการความน่าเชื่อถือก็ปรับเปลี่ยนยูนิฟอร์มให้ดูลำลองและเป็นกันเองกับลูกค้า อย่างการเพิ่มกระเป๋าเท่ๆ ลงบนเสื้อยีดที่มีลายพิมพ์หรือลวดลายที่มีเอกลักษณ์ขององค์กร สนุกกับสีสันของกระดุมบนเสื้อเชิ้ตที่ตัดกับสีกระดุมบริเวณข้อมือ กระทั่งการไม่ใส่โลโก้ลงบนเสื้อผ้าแต่เป็นการเล่นกับเฉดสีหลักขององค์กรในแบบที่ดูแฟชั่นมากขึ้น เทรนด์การออกแบบยูนิฟอร์มในปี 2021/ 2022 จึงเปิดโอกาสให้องค์กรสนุกกับการทำในสิ่งที่แตกต่างผ่านการดีไซน์ยูนิฟอร์มอย่างไร้ขีดจำกัด


3. การออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแบรนด์แฟชั่นรีเทล

เทรนด์ยูนิฟอร์มยุคใหม่จะเน้นการออกแบบให้ใกล้เคียงกับเสื้อผ้าที่พนักงานสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ยูนิฟอร์มที่พนักงานสามารถสวมใส่ได้จริงและมีความคลาสสิกอยู่ในตัว เช่น แจ๊กเก็ตเท่ๆ ที่สามารถสวมทับเสื้อยืดได้ กางเกงชิโน (Chino Pants) เสื้อคลุมหรือคาร์ดิแกน ที่แมตช์เข้ากับลุคต่างๆ ได้แทบจะทุกสถานการณ์ เพราะการออกแบบยูนิฟอร์มยุคใหม่ได้รับอิทธิพลจากแฟชั่นรีเทลต่างๆ อย่าง Uniqlo ที่กำลังเป็นเทรนด์ล่ามาแรงแห่งปี และช่วยให้แบรนด์มีความเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายมากขึ้น


4. ผู้นำที่เปิดเผย จริงใจ เข้าถึงง่ายในแบบ ‘Smart Casual’

เทรนด์การออกแบบยูนิฟอร์มขององค์กรชั้นนำระดับโลกในยุค 2020/ 2021 หันมาเน้นการออกแบบที่ไม่น่าเบื่อและไม่เป็นทางการอีกต่อไป หลายองค์กรเลือกที่จะออกแบบยูนิฟอร์มให้ทันสมัยด้วยเนื้อผ้าที่สะดวกสบาย ใช้งานได้จริง และมีสไตล์เป็นผู้นำด้วยรูปลักษณ์แบบ ‘Smart Casual’ เพื่อสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรยุคใหม่ที่มีความเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายมากขึ้น สำคัญสุดคุณต้องความเข้าใจความต้องการพนักงานและลูกค้าของคุณเป็นอย่างดี ถึงจะสามารถระบุได้ว่า แบรนด์ต้องการสื่อสารอะไรผ่านโทนสีหรือดีไซน์ของยูนิฟอร์ม หากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของคุณมักจะแต่งกายด้วยชุดลำลอง พนักงานของคุณจำเป็นต้องสวมสูทและผูกเน็คไทจริงหรือ?


5. กล้าที่จะแตกต่างด้วยการสนุกกับ Slogan T-Shirt

อีกหนึ่งแนวคิดสนุกๆ ที่กลายเป็นเทรนด์มาแรงของการออกแบบยูนิฟอร์ม หากองค์กรของคุณไม่ต้องการชุดที่เป็นทางการจนเกินไป การดีไซน์ถ้อยแถลง คำคม หรือสโลกแกนลงบนเสื้อผ้าก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่หลายธุรกิจนำมาประยุกต์ใช้กับยูนิฟอร์มของพนักงาน นอกจากจะสร้างความประทับใจและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ แล้วยังโดดเด่น สะดุดตา และสนุกสนาน คุณอาจจะประยุกต์แนวคิดนี้กับการดีไซน์ที-เชิ้ตสำหรับแคมเปญหรือกิจกรรมเพื่อสังคมของแบรนด์ก็ได้ แล้วอย่าลืมจับคู่กับเครื่องประดับหรือไอเท็มสนุกๆ ให้ยูนิฟอร์มดูมีสีสันและพนักงานมีความสุขมากขึ้น


6. แรงบันดาลใจจาก Capsule Wardrobe

เทรนด์การจัดตู้เสื้อผ้าแบบ Capsule Wardrobe กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดตู้เสื้อผ้าให้เหลือแค่ตัวที่ชื่นชอบ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ และรูปร่าง เน้นดีไซน์ที่มีความคลาสสิค สวมใส่ได้ทุกฤดูกาลไม่มีเอ้าท์ และนำมา Mix & Match กับไอเท็มอื่นๆ เพื่อสร้างลุคที่แตกต่างได้อย่างง่ายดาย แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้กับการออกแบบยูนิฟอร์มในปี 2020-2021 เพื่อช่วยให้พนักงานสามารถจับคู่เสื้อผ้าต่างๆ ขององค์กรได้ตามต้องการ เช่น เสื้อเชิ้ต กางเกง กระโปรง เดรส แจ๊กเก็ต และจั๊มพ์สูท สร้างความแตกต่างให้ลุคแต่ละวันดูสดใสไม่ซ้ำกัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็น Unity ของบริษัทผ่านการใช้โทนสีที่ตรงกับ CI ของบริษัท วิธีนี้จะช่วยให้พนักงานสนุกกับการแต่งตัว และมีแรงบันดาลใจในการทำงานมากขึ้น


เชื่อว่า เทรนด์การออกแบบ Corporate Uniform Trends แห่งปี 2021/ 2022 ที่เรานำมาฝากกัน น่าจะเป็นแรงบันดาลใจหรือไอเดียดีๆ ในการปรับเปลี่ยนยูนิฟอร์มให้ภาพลักษณ์ขององค์กรมีความทันสมัย โดดเด่น และสะท้อนความเป็นผู้นำยุคใหม่ได้อย่างลงตัว W2W พร้อมแล้วที่จะสร้างสรรค์ยูนิฟอร์มใหม่ให้ทุกองค์กร ปรึกษาเราได้ที่ https://www.w2w.co.th/contact/


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ

Uniforms boost Productivity! ยูนิฟอร์มสวยช่วยให้เราทำงานดีขึ้น

แค่มี ‘ยูนิฟอร์ม’ ให้พนักงานแต่งกายเหมือนกันคงไม่พอ คุณอาจจะเลือกดีไซน์ของยูนิฟอร์มจากแค็ตตาล็อคของโรงงานสักแห่ง แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า สไตล์ของยูนิฟอร์มที่เลือกนั้นไม่ได้ซ้ำซ้อนหรือใกล้เคียงกับแบรนด์อื่น ซึ่งคงไม่ดีแน่หากลูกค้าเห็นพนักงานของคุณแล้วคิดว่า เป็นพนักงานของบริษัทอื่น (หรือคู่แข่ง) ที่สำคัญยูนิฟอร์มที่ดีต้องใส่แล้วสวย ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้พนักงาน บูสต์ประสิทธิภาพในการทำงาน และสะท้อนความเป็นมืออาชีพได้ด้วย!

5 เหตุผลที่ยูนิฟอร์มสวย ช่วยบูสต์ประสิทธิภาพในการทำงานได้

แม้ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือยุคของเหล่า Baby Boomers บทบาทของยูนิฟอร์มอาจเป็นไปเพื่อการสร้างความจดจำ ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความเป็นหนึ่งเดียวกันขององค์กร ทว่าเมื่อโลกเข้าสู่ศตวรรษที่ 20-21 ช่วงเวลาที่ ‘แฟชั่น’ เข้ามามีอิทธิพลต่อการออกแบบยูนิฟอร์ม เพื่อสะท้อนความคิดสร้างสรรค์และภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ทันสมัย สนุก เข้าถึงง่าย และไม่น่าเบื่อจนเกินไป ขณะเดียวกันยูนิฟอร์มต้องสวมใส่สบาย ดูแลรักษาง่าย และช่วยเสริมบุคลิกภาพให้พนักงานดูมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

เหตุผล 5 ข้อนี้ จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญของการออกแบบยูนิฟอร์มในโลกยุคใหม่ เพราะอะไรยูนิฟอร์มที่ดีควรได้รับการออกแบบโดย ‘ดีไซเนอร์’ มืออาชีพ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่จดจำผ่านพนักงาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือประชาสัมพันธ์องค์กรที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริง แล้วยังช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สร้างสรรค์ รวมถึงสร้างแรงจูงใจในการทำงานอีกด้วย

1.พนักงานแต่งตัวดี ลูกค้าจะได้รับการดูแลอย่างดีจากมืออาชีพ

นอกจากรูปร่างหน้าตาของพนักงานจะสร้างความประทับใจแรก การแต่งตัวดูดียังสะท้อนความเป็น Professional ในการทำงานอีกด้วย งานวิจัยหนึ่งระบุว่า พนักงานที่แต่งตัวดีจะส่งผลต่อความเป็นมืออาชีพ ทั้งยังเป็นการสื่อสารกับลูกค้าของคุณว่า พนักงานมีความรู้ความสามารถและผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี คุณสมบัติเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการจะประสบความสำเร็จในอนาคต การเพิ่มความมั่นใจด้วยการออกแบบยูนิฟอร์มที่สวย นอกจากจะช่วยส่งเสริมบุคลิภาพและรูปร่างของพนักงาน ให้พวกเขามีความสุขในการทำงานมากขึ้น และพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ งานวิจัยยังบอกด้วยว่า พนักงานมักจะมีน้ำเสียงและบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ที่สำคัญยูนิฟอร์มต้องได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริมความคล่องตัว สวมใส่สบาย เหมาะกับสภาพอากาศ และคำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงาน


2. เปลี่ยนเช้าที่วุ่นวาย ให้กลายเป็นความสะดวกรวดเร็ว

ลองคิดถึงช่วงเวลาที่หมดไปกับการยืนจ้องตู้เสื้อผ้า เพื่อเลือกชุดที่อยากจะใส่ไปทำงานในแต่ละวันดูสิ เท่านั้นก็กินเวลาหลายนาทีแล้วจริงมั้ย? นอกจากคุณจะใส่เสื้อผ้าสไตล์เดียวกันทุกวันเหมือน ‘สตีฟ จ๊อบส์’ ซึ่งไม่ต้องเหนื่อยเลือกให้เปลืองเวลา แต่ถ้าคุณมียูนิฟอร์มที่สวย พอดีกับรูปร่าง สวมใส่สบาย ดูแลรักษาง่าย และไม่ต้องใช้เวลาในการรีดหรือส่งซักแห้งให้เปลืองเงิน จะช่วยประหยัดแรงงานให้พนักงานจัดสรรเวลาในการทำสิ่งต่างๆ ในตอนเช้าได้รวดเร็วขึ้น แล้วยังช่วยให้พนักงานมาถึงที่ทำงานเร็วกว่าเมื่อเทียบกับบริษัทที่ไม่มียูนิฟอร์มอีกด้วย


3.ยูนิฟอร์มสวยช่วยสร้าง “กรอบความคิด” ในการทำงานได้

คงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเท่าไหร่สำหรับเจ้านาย หากพนักงานของคุณใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการพูดคุยกับเพื่อนในที่ทำงาน หรือมัวแต่จัดแต่งเสื้อผ้าหน้าผมจนกินเวลาการทำงานไปหลายนาที เพื่อให้พนักงานมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น พวกเขาจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกรอบความคิดสู่โหมดของการทำงาน มีสมาธิ และตัดขาดสิ่งรบกวนต่างๆ รอบตัว ซึ่งยูนิฟอร์มมีส่วนช่วยในการสร้างกรอบความคิดในการทำงานได้ด้วย

ในทางจิตวิทยายูนิฟอร์มที่ได้รับการออกแบบอย่างลงตัวกับธุรกิจ ตอบโจทย์ความคล่องตัวและความเหมาะสมกับลักษณะงาน จะช่วยให้พนักงานโฟกัสกับงานที่ทำตรงหน้ามากขึ้น เพราะลึกๆ แล้วพวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพและความรู้ความสามารถเหมาะสมกับงานที่ทำ รวมถึงรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ในทางตรงกันข้ามบริษัทที่อนุญาตให้พนักงานสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายจนเกินไป นอกจากจะทำให้พนักงานรู้สึกชิลล์เหมือนอยู่บ้าน แล้วยังอาจส่งผลให้งานล่าช้า และทำงานไม่เต็มที่ ยูนิฟอร์มที่ดีจะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงานที่เต็มไปด้วย energy และสร้างแรงจูงใจให้พนักงานมีความมุ่งมั่นมากขึ้น


4. ยูนิฟอร์มสวยช่วยให้ผู้คนจดจำ ‘พนักงาน’ ของคุณได้ดีขึ้น

ระหว่างยูนิฟอร์มสวยๆ ที่เห็นแล้วรู้สึกประทับใจกับยูนิฟอร์มที่เห็นจนชินตา ไม่มีจุดเด่น เอกลักษณ์ และไม่ทันสมัย คุณคิดว่าลูกค้าจะจดจำยูนิฟอร์มแบบไหนได้มากกว่า? ยูนิฟอร์มที่สวยงาม เนื้อผ้าดูดี ตัดเย็บอย่างพิถิพิถัน สะอาดเรียบร้อย ลวดลายและสีสันที่เลือกใช้สะท้อนเอกลักษณ์ของบริษัทได้อย่างลงตัว จะช่วยให้ผู้คนจดจำภาพลักษณ์และรูปแบบการให้บริการของธุรกิจผ่านยูนิฟอร์มที่พนักงานสวมใส่

นอกจากนี้ ยูนิฟอร์มยังมีประโยชน์อย่างมากในธุรกิจค้าปลีกและบริการ เพราะช่วยให้พนักงานโดดเด่นกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ มีความเป็นมืออาชีพ กระตุ้นให้ลูกค้าอยากรู้จักบริษัทของคุณมากขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงแน้วโน้มที่พวกเขาจะพัฒนาเป็นลูกค้า หรือมีแนวโน้มที่พนักงานจะสร้างยอดขายให้กับธุรกิจของคุณได้มากขึ้นเช่นกัน


5.ยูนิฟอร์มช่วยให้พนักงานรู้สึกเท่าเทียมกันมากขึ้น

บางครั้งบริษัทที่ไม่มีระเบียบในการแต่งกายหรือไม่มียูนิฟอร์ม อาจสร้างบรรยากาศเหมือนห้องเสื้อผ้าแฟชั่นย่อมๆ ในที่ทำงาน ซึ่งพนักงานต่างก็สวมเสื้อผ้าที่หรูหราฟุ่มเฟือย ในทางตรงกันข้ามการสวมยูนิฟอร์มจะช่วยให้ทุกคนรู้สึกเท่าเทียมกันมากขึ้น โดยที่พนักงานไม่ต้องกังวลว่า เสื้อผ้าจะตามเทรนด์ซีซั่นนี้หรือเปล่า? ใครจะแต่งตัวดูแพงกว่ากัน? ยูนิฟอร์มยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีมและมีเป้าหมายร่วมกัน นอกจากนี้ บริษัทอาจจะสร้างแรงบันดาลใจและแรงจูงใจให้พวกเขาพัฒนามาตรฐานในการทำงานให้สูงขึ้นได้ด้วย


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ

‘Dress for Success’ บูสต์พลังบวกให้งานดี-มีความมั่นใจด้วยยูนิฟอร์มที่ ‘ใช่’ สําหรับคุณ!

ทราบมั้ยว่า การแต่งกายและยูนิฟอร์มส่งผลต่อ ‘Self Confidence’ หรือความมั่นใจในตัวเองของคนเราอย่างน่าทึ่ง ยูนิฟอร์มไม่เพียงส่งผลต่อจิตใจ อารมณ์ และบุคลิกภาพของพนักงานเท่านั้น ทั้งยังสร้างความมั่นใจให้พวกเขา รู้สึกดีต่อตัวเอง และมุ่งมั่นที่จะประสบความสําเร็จในงานที่ทํา เมื่อพนักงานแต่งตัวดีและมีความมั่นใจในตัวเองย่อม ส่งผลให้คนรอบข้างและลูกค้าเชื่อมั่นในพวกเขา แม้แต่การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์ด้วยเช่นกัน


งานวิจัยของ The Wall Street Journal แสดงให้เห็นว่าการแต่งตัวดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน และ สร้างความประทับใจให้กับผู้อื่น ตัวอย่างเช่น การสวมเสื้อผ้าภูมิฐานหรือเนี้ยบ สามารถเปลี่ยนวิธีที่คุณโต้ตอบกับ ผู้อื่นได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งยังส่งผลต่อการคิดวิเคราะห์ ความมั่นใจ และกล้าตัดสินใจมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามผู้คนจะ ประเมิณคุณจากการแต่งกายเช่นกัน นั่นหมายความว่า เสื้อผ้าทําให้คุณดูสมาร์ท ทํางานเก่ง จนถึงดูมีอํานาจได้เลย


หนึ่งในทฤษฎีทางจิตวิทยาเกี่ยวกับการแต่งกายชื่อ ‘Enclothed Cognition’ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Experimental Social Psychology โดย Hajo Adam และ Adam D. Galinsky นําเสนอประเด็นในการแต่ง กายที่เชื่อมโยงกับความหมายเชิงสัญลักษณ์ ภาพลักษณ์ และประสบการณ์ในการสวมใส่เสื้อผ้าเหล่านั้น (ไม่ว่าคุณ จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม) ตัวอย่างเช่น พนักงานที่ใส่สูท ผูกไท จะรู้สึกว่าตัวเองน่าเชื่อถือ มีอํานาจ และมีความสามารถ มากขึ้น ขณะที่ยูนิฟอร์มกึ่งลําลองจะส่งผลให้พวกเขารู้สึกเป็นมิตรและเข้าถึงง่าย การศึกษาเดียวกันยังบอกด้วยว่า เมื่อคุณสวมยูนิฟอร์มที่ดูไม่ส่งเสริมภาพลักษณ์ มักจะส่งผลต่อความมั่นใจและประสิทธิภาพในการทํางานที่ลดลง

‘Team Spirit’ สร้างได้ด้วยยูนิฟอร์ม

เป็นความจริงที่ว่า เมื่อพนักงานมีแรงจูงใจในการทํางานมากขึ้น พวกเขาจะมุ่งมั่นทุ่มเททํางานมากขึ้นเช่นกัน นั่น คือเหตุผลที่ยูนิฟอร์มสามารถสร้างจิตวิญญาณความเป็นทีมหรือ Team Spirit และสร้างขวัญกําลังใจให้พนักงาน ได้อย่างมาก ยูนิฟอร์มสามารถสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรโดยไม่ต้องมีคําพูดใด ๆ ซึ่งคงไม่ดีแน่หากปล่อยให้ พนักงานสวมยูนิฟอร์มที่คับหรือหลวมจนเกินไป เนื้อผ้ารีดยาก-ยับง่าย เป็นขุยง่าย สีซีดจาง หรือการดูแลรักษาที่ ยุ่งยาก อย่างการซักครั้งแรกผ้าก็หดและสีตกอีกต่างหาก ในทางตรงกันข้ามหากพนักงานสวมยูนิฟอร์มที่พอดีกับ รูปร่าง ช่วยเสริมจุดเด่นบนเรือนร่างและอําพรางจุดด้อยได้อย่างลงตัว จะช่วยให้พวกเขามั่นใจในตัวเอง เชื่อมั่นใน แบรนด์ แล้วยังส่งผลให้พวกเขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ที่มีจิตวิญญาณความเป็นทีมที่แข็งแกร่ง


เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตัวเองดูดีและมีความมั่นใจมากขึ้น พวกเขาจะขายสินค้าหรือให้บริการด้วยความภูมิใจในฐานะ ตัวแทนของแบรนด์ สิ่งนี้จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและสร้างความประทับใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าและ ใช้บริการของแบรนด์ครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะเดียวกับพนักงานก็สามารถสร้างยอดขายที่ดีได้เช่นกัน ในทุกครั้งที่พวกเขาออกไปพบปะผู้คนภายนอก พวกเขาจะรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้นําชื่อเสียงของแบรนด์ติดตัวไปด้วย ดังนั้น ยูนิฟอร์ม ที่ดีจึงสร้างความมั่นใจ และความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่มีภาพลักษณ์สง่างาม

ยูนิฟอร์มสะท้อนความเป็น ‘มืออาชีพ’

ในโลกของการทํางานเราต่างแสวงหาความเป็นมืออาชีพ และพนักงานที่มีความสามารถเหมาะสมกับตําแหน่งงาน ที่ได้รับ ยูนิฟอร์มจึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสําคัญในการขับเคลื่อนความเป็นมืออาชีพของพนักงาน ในทางจิตวิทยายู นิฟอร์มทําให้ลูกค้าคาดหวังความเป็นมืออาชีพจากพนักงาน ไม่ว่าพนักงานจะให้บริการอย่างสุภาพหรือแสดงความ เป็นมืออาชีพเพียงใด แต่หากยูนิฟอร์มที่สวมใส่ไม่ส่งเสริมรูปร่าง บุคลิกภาพ ความมั่นใจ และไม่สะท้อนความเป็น หนึ่งเดียวกันของแบรนด์ อาจทําให้พนักงานดูไม่เป็นมืออาชีพและไม่น่าเชื่อถือได้เลย


หากต้องการออกแบบยูนิฟอร์มเพื่อสร้างความมั่นใจ ความเป็นมืออาชีพ และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร W2W พร้อมให้คําปรึกษาและออกแบบยูนิฟอร์มโดยดีไซเนอร์ชื่อดังของไทย ‘เอก ทองประเสริฐ’ ภายใต้มาตรฐาน การผลิตระดับสากลโดยบริษัทระดับท้อป 5 ของประเทศไทยที่มีประสบการณ์มาแล้วกว่า 27 ปี


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ

5 เรื่องจริงเกี่ยวกับ ‘ยูนิฟอร์ม’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้! และพนักงานไม่กล้าบอกคุณ

เพราะ ‘ยูนิฟอร์ม’ เป็นมากกว่าชุดทำงานในชีวิตประจำวัน ยูนิฟอร์มสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ จนถึงมอบประสบการณ์ที่ดีและความไว้วางใจให้กับลูกค้า ทั้งยังยกระดับจิตวิญญาณและสร้างความภูมิใจในแบรนด์แก่พนักงาน แต่รู้หรือไม่ว่า ภายใต้ยูนิฟอร์มที่พนักงานสวมใส่ยังมีเรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยรู้ และพนักงานก็ไม่มีโอกาสฟีดแบ็คให้ผู้บริหารรับรู้เช่นกัน 

เหตุผลที่บริษัทชั้นนำของโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับการออกแบบยูนิฟอร์มอย่างมาก เพราะชุดที่พนักงานสวมใส่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์และธุรกิจของคุณตั้งแต่แรกเห็น ในทางตรงกันข้ามหากยูนิฟอร์มนั้นออกแบบตัดเย็บไม่ดี มันอาจสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของบริษัทได้ไม่แพ้กัน ว่าแต่คุณจะหลีกเลี่ยงประสบการณ์ไม่ดีที่พนักงานและลูกค้ามีต่อยูนิฟอร์มได้อย่างไร ? 5 เทคนิคจากนี้จะช่วยให้คุณมีแนวทางในการตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น



‘เนื้อผ้า’ หัวใจสำคัญของการออกแบบยูนิฟอร์ม

ครั้งหนึ่งสายการบินชื่อดังระดับโลกของอเมริกา เคยออกแบบยูนิฟอร์มที่ชื่อ ‘Passport Plum’ ผลิตโดยบริษัทที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง แม้ดีไซน์จะหรูหรา สง่างาม ส่งเสริมบุคลิกภาพของพนักงาน รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร แต่พนักงานส่วนใหญ่ยอมรับว่า เนื้อผ้าที่สวมใส่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวระหว่างวัน และบางคนถึงกับผิวหนังระคายเคืองอย่างรุนแรง


ยูนิฟอร์มที่ดีจึงควรนำเสนอภาพลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพของพนักงาน ขณะเดียวกันมันก็ช่วยให้พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสะดวกสบาย คล่องตัว และไม่ต้องพะวงกับดีไซน์หรือการตัดเย็บที่ไม่ดี นอกจากนี้ คุณยังต้องคำนึงถึงระยะเวลาในการใช้งานให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเครื่องแบบใหม่บ่อย ๆ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น การเลือกใช้ผ้าคุณภาพสูง ระบายอากาศได้ดี รีดง่ายยับยาก ทนต่อการซักบ่อยครั้ง และผ่านกระบวนการย้อมสีที่มีคุณภาพเพื่อช่วยล็อคสีไม่ให้ซีดจางเร็ว เนื้อผ้าจึงเป็นตัวเลือกที่สำคัญในการออกแบบยูนิฟอร์ม และสะท้อนความเป็นมืออาชีพของพนักงานโดยปราศจากคำพูด



รับฟัง ‘เสียงสะท้อน’ ของพนักงาน 

เพราะ ‘พนักงาน’ คือคนที่ต้องสวมใส่ยูนิฟอร์มตลอดวัน พวกเขารู้ดีว่า ยูนิฟอร์มที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดีจะช่วยให้ทำงานได้อย่างคล่องแคล่วและสะดวกสบาย การเปิดรับฟังความคิดเห็นของพนักงานเกี่ยวกับยูนิฟอร์มใหม่และฟังก์ชั่นการใช้งานที่พวกเขาต้องการ จะช่วยให้ดีไซเนอร์สามารถออกแบบยูนิฟอร์มที่ตรงกับความต้องการและประโยชน์ใช้สอยต่าง ๆ มากขึ้น แม้ผู้เชี่ยวชาญอาจจะให้คำแนะนำได้ว่า เนื้อผ้าแบบไหนที่ดีและทนทาน แต่คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า มันจะทำให้พนักงานรู้สึกประหม่าหรือไม่มั่นใจในตัวเองหรือเปล่า ? การเปิดรับฟังความคิดเห็นของพนักงานจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คุณออกแบบยูนิฟอร์มได้ตามต้องการ แล้วยังทำให้พวกเขาประทับใจในผู้นำที่เล็งเห็นคุณค่า และเปิดรับฟังความคิดเห็นของฟันเฟืองทุกชิ้นในองค์กร



เพิ่มความมั่นใจ และผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน

พนักงานหลายคนรู้สึกอึดอัดเพราะถูกบังคับให้สวมชุดทำงานที่ไม่ชื่นชอบ หรือไม่มีความสุขขณะสวมใส่ ส่งผลต่อความมั่นใจและประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นชุดที่รัดแน่นหรือหลวมจนเกินไป ชุดที่ยับง่ายแต่รีดยาก ดูแลรักษายาก แม้แต่สีที่ดูซีดจางก็อาจทำให้พนักงานคนนั้นดูไม่เป็นมืออาชีพในสายตาของลูกค้าได้เลย ทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์อีกต่างหาก ยูนิฟอร์มที่ดีควรสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองให้กับพนักงาน สร้างความภูมิใจในแบรนด์ พร้อมกับเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจในเวลาเดียวกัน ก่อนออกแบบตัดเย็บยูนิฟอร์มจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า พนักงานจะรู้สึกสะดวกสบาย คล่องตัว และมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ ‘รู้ใจ’ พวกเขามากที่สุด


ยูนิฟอร์มที่ดีควรสะท้อน ‘ภาพลักษณ์’ ของแบรนด์

จำไว้ว่า ภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ย่อมนำมาซึ่ง ‘ชื่อเสียง’ ซึ่งเป็นตัวกำหนด ‘ยอดขาย’ และ ‘ผลกำไร’ ของธุรกิจ ทำให้ยูนิฟอร์มเป็นปราการด่านแรกที่สร้าง First Impression ให้กับลูกค้า ยูนิฟอร์มที่ดีต้องได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับปรัชญาของแบรนด์ รวมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ที่นำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ เมื่อลูกค้าวางใจในแบรนด์ก็มีแนวโน้มที่พวกเขาจะกลับมาซื้อสินค้ามากขึ้น หรือแนะนำให้คนอื่น ๆ มาเป็นลูกค้าใหม่ของคุณได้ด้วย

การปักชื่อพนักงานบนยูนิฟอร์มหรือการติดป้ายชื่อที่หน้าอก เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยให้พนักงานสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตั้งแต่แรกพบ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่อยากรู้ว่า พวกเขากำลังติดต่อกับใครและมีแนวโน้มที่จะรู้สึกคุ้นเคยกับพนักงานคนนั้น หรือการเพิ่มถ้อยคำบางอย่างกระตุ้นการมีส่วนร่วมของลูกค้าได้ เช่น “มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” หรือ “ฉันมีคำตอบสำหรับคุณ!” เป็นวิธีเริ่มต้นบทสนทนาที่สนุกสนานและเป็นกันเองกับลูกค้า ทั้งยังระบุตัวตนด้วยว่า คน ๆ นั้นเป็นพนักงานที่พร้อมให้บริการด้วยความภูมิใจ


งบประมาณก็สำคัญไม่แพ้กัน

แม้การออกแบบยูนิฟอร์มที่ซับซ้อนอาจมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็แลกมาด้วยความคุ้มค่า ฟังก์ชั่นการใช้งาน ทนทาน และคุณภาพ ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการออกแบบตัดเย็บยูนิฟอร์มใหม่บ่อยเกินไป การตั้งงบประมาณในการออกแบบยูนิฟอร์มจึงควรพิจารณาจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน ความทนทาน คุณภาพ ฟังก์ชั่นการใช้งาน และพนักงานแต่ละคนต้องการยูนิฟอร์มคนละกี่ชุด ขณะที่พนักงานบางคนอาจมีความจำเป็นจะต้องเปลี่ยนยูนิฟอร์มบ่อย ๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ก็เป็นได้


เมื่อถีงเวลาที่แบรนด์ต้องการออกแบบหรือเปลี่ยนยูนิฟอร์มใหม่ แบรนด์ควรให้ความสำคัญกับองค์ประกอบทั้ง 5 ข้อที่ W2W รวบรวมมาฝากกัน เพราะการลงทุนกับ ‘ยูนิฟอร์ม’ ถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญทางธุรกิจ และเป็นพันธสัญญาที่แบรนด์ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ยูนิฟอร์มสร้างความมั่นใจในตัวเองทุกครั้งที่สวมใส่ พร้อมมอบประสบการณ์และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์


🤗 ต้องการสั่งซื้อ หรือสอบถามสินค้า 🤗

☎ 02-196-2113 มือถือ. 080-269-6660 (คุณ)
📲 LINE : @WEARTOWORK
🌍 www.w2w.co.th

รับชมวีดีโอ